Skip to content Skip to footer

ตะลึง! เมฆอาร์คัส ที่เกิดขึ้นได้ยากในประเทศไทย

หลังจากที่เกิดเมฆประหลาด กรุงเทพมืดมิดราวกลางคืน ทั้งที่นาฬิกาบอกเวลาคือ 07.00 น. เป็นช่วงเช้าที่หลายหมื่นชีวิตกำลังออกเดินทางตามปกติเหมือนเช่นทุก ๆ วัน แต่วันนี้กลับเกิดสิ่งผิดปกติ ที่สร้างความประหลาดใจให้กับผู้คน และมีการเผยแพร่รูปภาพของ เมฆพายุทะมึนดำปกคลุมไปทั่วท้องฟ้า เป็นปรากฏการณ์ที่สร้างความตระหนกและตื่นเต้นให้กับคนไทยเป็นอย่างมาก และไม่ใช่เพียงแค่ในกทม.เท่านั้น แต่ทั้งปริมณฑลและหลายพื้นที่ในบางจังหวัดด้วยเช่นกัน 

โดยกลุ่มเมฆดังกล่าวได้ถูกถ่ายและแชร์ภาพทั่วโลกโซเชียล ก่อนที่ฝนจะเทกระหน่ำตามลงมาจากนั้นไม่นาน ล่าสุดทางกรมอุตุได้ออกมาเปิดเผยรายละเอียดไปบางส่วนแล้ว ว่าเมฆที่มีลักษณะเหมือนคลื่นสึนามิที่ ปกคลุมไปทั่วกรุงเทพและในหลายพื้นที่เมื่อเช้าวันที่ 29 สิงหาคม 2565 นั่นคือ เมฆอาร์คัส Arcus ซึ่งเป็นเมฆโลกร้อน ที่เกิดจากลมทะเลร้อน อากาศร้อน น้ำระเหยเยอะจนกลายกลุ่มกำแพงเมฆขนาดใหญ่ เมฆหนาและดำทะมึน ซึ่งเต็มไปด้วยมวลไอน้ำมหาศาล บางพื้นที่อาจมองเห็นเมฆมีลักษณะโค้งลงมาใกล้พื้นดิน เป็นเมฆฝนอาร์คัส ในขณะที่บางแห่งอาจเห็นลักษณะของเมฆเป็นแพกำแพงหนา หรือ เป็นก้อนกลม ๆ กองซ้อนกัน แบบเมฆกลุ่มคิวมูโลนิมบัส Cumulonimbus หรือ เมฆกันชน ซึ่งจะสัมพันธ์กับพายุฝน ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า และสภาพอากาศรุนแรง โดยจะมี 2 แบบ แบบ Roll คือ รูปร่างม้วนแบบหลอด และ Shelf คือ รูปร่างเป็นชั้น 

เมฆอาร์คัสเกิดจากอะไร 

เมฆอาร์คัสเกิดจากลมร้อนได้พัดพาความชื้นในชั้นบรรยากาศ และฝุ่นละอองต่าง ๆ พัดมารวมตัวกัน และเมื่อปะทะกับอากาศเย็น ก็จะมีการยกอากาศร้อนขึ้นจนเป็นชั้นคล้ายดอกเห็ดหรือเป็นคลื่น และบางครั้งก็อาจทำให้ดูคล้ายกับคลื่นสึนามิ หรือกำแพงก้อนเมฆ (wall cloud) โดยภายในจะมีทั้ง ลม ฝุ่น ไอน้ำ เป็นทั้งลมกดและลมยก ทำให้กลุ่มเมฆอาร์คัสมีน้ำหนักกว่าเมฆฝนทั่วไป  

เมฆอาร์คัสมักจะเกิดขึ้นบริเวณใกล้กับพื้นผิวโลก โดยการเคลื่อนตัวจะต่ำลงมาใกล้โลกมากขึ้น แต่ถ้าหากเมฆอาร์คัสมีการก่อตัวสูงขึ้นไปบนชั้นบรรยากาศ อาจเกิดฝนฟ้าคะนอง ฟ้าแลบ ฟ้าผ่า และลูกเห็บตก ดังนั้นผู้ที่อาศัยอยู่ในบริเวณที่เกิดปรากฏการณ์ดังกล่าว ไม่ควรออกไปยืนดู หรือเพื่อออกไปถ่ายภาพใด ๆ ทั้งสิ้น ควรหลบในอาคารที่ปลอดภัย และเตรียมตัวรับมือกับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นต่อไป เช่น เก็บหรือปิดอุปกรณ์ที่อาจเสี่ยงต่อการล่อสายฟ้า ยกของขึ้นที่สูงเผื่อฝนตกหนักจนน้ำท่วมขัง เป็นต้น 

ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม และเป็นอาจารย์ประจำภาควิชา วิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหรวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้กล่าวว่า การปรากฏการณ์ของกลุ่มเมฆอาร์คัสในครั้งนี้ จะมีอีกอย่างแน่นอน เพราะนี่เป็นเพียงการเริ่มต้นของยุค Extreme Weather คือ สภาพภูมิอากาศสุดขั้ว ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของอากาศ อันเนื่องมาจากความแปรปรวนของโลก หลังจากที่มนุษย์ได้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสะสมมาอย่างยาวนาน และถ้ายังคงละเลย เมินเฉยที่จะกลับใจมาช่วยกันหยุดยั้งในการลดปล่อยก๊าซ และใช้พลังงานธรรมชาติอย่างประหยัดและรู้คุณค่า จะยิ่งทำให้เกิดภัยพิบัติถี่ขึ้น และรุนแรงเกินกว่าที่มนุษย์จะรับมือไหว โดยเกิดขึ้นเร็วกว่าที่นักวิชาการเคยคาดคะเนกันไว้ 

ถึงเวลาหรือยังที่เราควรหันมาให้ความใส่ใจและลงมือทำกันอย่างจริงจัง ไม่ต้องไปมองที่ภาครวมใหญ่ ๆ เพียงแค่หันมามองจุดเล็ก ๆ รอบตัว เริ่มจากตัวเราเอง ลดโลกร้อนจากที่บ้านง่ายๆ ลองหันมาดูสิว่า เราใช้แอร์กันมากน้อยแค่ไหน เราใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าเกินความจำเป็นหรือเปล่า เราใช้พลาสติกในแต่ละวันไปมากเท่าไร เรากินอาหารแบบทิ้งขว้างบ้างหรือเปล่า เราสามารถแบ่งเวลาสักนิดเพื่อแยกขยะได้ไหม เราซื้อเสื้อผ้าและเครื่องประดับต่าง ๆ บ่อยแค่ไหน (กระบวนการผลิตของโรงงานทุกประเภท ล้วนแต่ปล่อยก๊าซหลายล้านตันในแต่ละปี) เรามีส่วนร่วมในการสร้างขยะและมลพิษให้กับโลกมามากพอหรือยัง และถึงเวลาที่เราควรร่วมมือเปลี่ยนแปลง และแก้ไขในสิ่งที่พวกเราทำพลาดและผิดต่อโลกมานานได้กันแล้วยัง? คนที่ตอบได้ดีคือตัวคุณเอง