Skip to content Skip to footer

วิธีลดโลกร้อนง่ายๆ ด้วยการเริ่มต้นจากที่บ้าน 

เชื่อว่าหลายคนคงรู้ถึงกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมในการรักษ์โลกของเราได้ ซึ่งแต่ละอย่างก็ไม่ได้ยากอะไรเลย เพียงแค่ต้องใส่ใจและลงมือทำอย่างจริงจัง ซึ่งส่วนใหญ่กิจกรรมที่กลุ่มคนรักษ์โลกจะทำกันนั้น ไม่ว่าจะเป็น

  • คัดแยกขยะ การคัดเลือกขยะจะช่วยให้นำขยะกลับมารีไซเคิลใหม่ได้ เช่น ขวดพลาสติก กระป๋องอลูมิเนียม กระดาษหนังสือพิมพ์ กล่องลัง เป็นต้น 
  • หลีกเลี่ยงการใช้ภาชนะใส่อาหารที่ทำจากโฟมหรือพลาสติกที่ใช้แล้วทิ้ง เพื่อลดปัญหาขยะที่ย่อยสลายยาก พยายามใช้ภาชนะที่สามารล้างทำความสะอาดและนำกลับมาใช้ใหม่ได้ 
  • ใช้ถุงผ้าเพื่อลดการใช้พลาสติก เพื่อลดปัญหาของขยะพลาสติกที่ย่อยสลายยาก 
  • ปิดก๊อกน้ำขณะแปรงฟัน เพราะการเปิดก๊อกน้ำขณะแปรงฟัน ทำให้เสียน้ำไปถึง 20-30 ลิตร / ครั้ง แต่ถ้าหากเปลี่ยนมาใช้แก้วน้ำรองน้ำในการใช้บ้วนปาก จะใช้น้ำเพียง 0.5-1 ลิตร เท่านั้น 
  • ใช้ผ้าทำความะอาดแทนกระดาษทิชชู่ เพราะการใช้ผ้าจะสามารถนำมาซักและนำกลับมาใช้ใหม่ได้ เป็นการลดใช้กระดาษทิชชู่ ช่วยลดการตัดต้นไม้ เป็นการลดโลกร้อนด้วย

ลดขยะอาหาร

เอ๊ะ! กันรึเปล่า? เกี่ยวอะไรกับการรักษ์โลก ยังมีคนอีกจำนวนมากที่ยังไม่เข้าใจ หรือยังไม่รู้ว่า “อาหาร” ที่เรากินกันแต่ละมื้อในแต่ละวันส่งผลกระทบสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาวะโลกร้อน 

ขยะเศษอาหารที่เหลือทิ้งจากแต่ละอาคารบ้านเรือน เมื่อถูกลำเลียงนำไปยังปลายทางยัง บ่อขยะ กระบวนการย่อยสลายของวัสดุอินทรีย์ เช่น ขยะเศษอาหาร ใบไม้ ซากสัตว์ จะมีการปล่อยก๊าซมีเทนสู่ชั้นบรรยากาศ แม้ปริมาณอาจจะน้อยกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ แต่ก๊าซมีเทนสามารถกักเก็บความร้อนได้มากกว่าคาร์บอนไดออกไซค์ถึง 25 เท่า!! 

ก๊าซมีเทน เป็นอีกองค์ประกอบของก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gases) แต่ถ้าหากมีปริมาณก๊าซมีเทนมากเกินไป จะทำให้ชั้นบรรยากาศมีการกักเก็บรังสีความร้อนมากขึ้น ส่งผลให้ชั้นโอโซนถูกทำลายจนบางลง ทำให้ชั้นบรรยากาศไม่สามารถกรองรังสีอังตร้าไวโอเลตได้อย่างที่ควรจะเป็น เป็นเหตุให้รังสียูวีผ่านเข้ามายังโลกมากขึ้น และหากสิ่งมีชีวิตในโลกได้รับรังสี uv มากเกินไป จะส่งผลเสียต่อสุขภาพและเป็นอันตรายได้  

แม้ว่าทางภาครัฐในหลายๆประเทศเริ่มหันมาให้ความสำคัญ และพยายามผลักดันรณรงค์ให้ประชากรในประเทศตน เล็งเห็นถึงโทษของขยะเศษอาหาร แต่ก็ยังมีคนอีกจำนวนมากที่ยังคงเพิกเฉย หรือไม่ได้ให้ใส่ใจเท่าที่ควร ซึ่งที่จริงแล้วการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินของพวกเราทุกคน จะมีส่วนช่วยโลกนี้ได้อย่างมาก และสามารถทำได้ง่ายๆ ดังนี้ 

  • เตรียมอาหารให้พอดีกับที่ทานหรือพอเพียงต่อจำนวนสมาชิกในบ้าน เริ่มตั้งแต่การเตรียมวัตถุดิบสำหรับการทำอารหารในแต่ละมื้อ ไม่ควรซื้อมาตุนไว้เยอะเกินไป เพราะของสดจะมีอายุในการเก็บรักษา หากทานไม่ทันวันหมดอายุ ทำให้ต้องทิ้งโดยไม่จำเป็น  
  • ตักอาหารแต่พอทาน ควรตักอาหารในแต่ละครั้งในปริมาณที่ทานหมดเท่านั้น หากไม่อิ่มค่อยตักรอบใหม่ อย่าตักมากเกินไป เพราะอาจทานไม่หมดจนต้องเหลือทิ้ง และยังเป็นการฝึกวินัยตนเองในการทานอาหารไปในตัว โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาเรื่องน้ำหนักตัวและสุขภาพ 
  • หากมีเศษอาหารเหลือทิ้ง นำไปใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด ด้วยการแยกเศษอาหารที่สามารถให้สัตว์อื่นทานได้ และในส่วนของขยะเศษอาหารที่สัตว์ทานไม่ได้ ก็นำไปทำเป็นปุ๋ยหมักเพื่อเพิ่มแร่ธาตุอาหารให้กับดินและต้นไม้ 

การทำขยะเศษอาหารให้เป็นปุ๋ย ไม่เพียงแต่จะช่วยกำจัดขยะและความสกปรกให้หมดไปจากบ้าน ไม่ต้องเป็นต้นตอของกลิ่นเหม็นเน่า และแหล่งอาหารของเหล่าหนู มด แมลงต่าง ยังจะได้ปุ๋ยที่พร้อมด้วยสารอาหารชั้นเลิศให้กับพืชผักสวนครัวในบ้าน หรือต้นไม้แสนรักให้เติบโตอย่างแข็งแรง และสิ่งสำคัญกว่านั้นคือได้ช่วยลดการปล่อยก๊าซมีเทนสู่ชั้นบรรยากาศ ที่มักจะเกิดขึ้นในระหว่างกระบวนการย่อยสลายของสารอินทรีย์ธรรมชาติ ช่วยให้ชั้นบรรยากาศถูกรบกวนจากก๊าซมีเทนลดน้อยลง ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการกรองแสงยูวีได้ดีขึ้น ไม่มีการกักเก็บอุณหภูมิความร้อนในชั้นบรรยากาศ จึงเป็นการช่วยลดโลกร้อนได้อย่างดี 

แต่ถึงอย่างนั้น การทำปุ๋ยหมัก กลับมีการตอบรับและให้ความใส่ใจในกลุ่มคนจำกัด เนื่องจากกระบวนการทำปุ๋ยหมักค่อนข้างยุ่งยากและหลายขั้นตอน อีกทั้งความจำกัดของพื้นที่ในการหมักปุ๋ย ทำให้การทำปุ๋ยหมักไม่ได้รับความร่วมมือจากประชาชนเท่าไรนัก ทั้งที่ถ้าเปลี่ยนขยะเศษอาหารมาเป็นปุ๋ยได้ จะส่งผลต่อระบบนิเวศน์และทุกชีวิตในโลกนี้ให้ดีขึ้นได้อย่างมหาศาล เพราะจะเป็นระบบหมุนเวียนที่ยั่งยืน  อาหาร → ขยะเศษอาหาร + อากาศ → ปุ๋ยหมัก → ต้นไม้  →  อาหาร + อากาศ  

ด้วยวิธีการทำปุ๋ยหมักแบบดั้งเดิม ซับซ้อน หลายขั้นตอน ต้องมีพื้นที่พอสมควร และใช้เวลานานเกินไป จึงไม่ตอบโจทย์กับวิถีชีวิตชุมชนเมือง โดยเฉพาะในยุคปัจจุบัน ที่ผู้คนส่วนใหญ่อาศัยในรูปแบบอาคารห้องชุด หรือบนตึกสูง เช่น คอนโด หอพัก อพาร์ทเม้น เป็นต้น ทำให้มีพื้นจำกัด และไม่เพียงพอต่อการทำปุ๋ยหมักแบบกองหมักปุ๋ยได้ แต่ในเมื่อวิถีชีวิตต้องปรับให้ทันกับยุคเทคโนโลยี แต่ก็สามารถอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นมิตรยิ่งขึ้น ด้วยวิธีที่แสนจะสะดวก รวดเร็ว ง่ายเพียงแค่ใช้นิ้วสัมผัสเท่านั้น ที่จะช่วยกำจัดขยะเศษอาหารภายในบ้าน ให้หายวับแล้วเปลี่ยนสถานะเป็นปุ๋ยชั้นดี ด้วยนวัตกรรมที่เรียกว่า เครื่องย่อยเศษอาหารให้เป็นปุ๋ย

เทคโนโลยีที่จะช่วยจบปัญหาเรื่องการกำจัดขยะเศษอาหารในบ้าน หมดสิ้นกลิ่นเหม็นเน่าจากขยะอาหาร และตัดต้นตอแหล่งอาหารของเหล่าหนู แมลง และการหมักหมมเชื้อโรค ยิ่งไปกว่านั้น ทำให้แยกขยะอื่นๆง่ายขึ้น เพราะไม่มีขยะเปียกจำพวกเศษอาหารปะปน สามารถนำไปรีไซเคิลได้มากขึ้น ช่วยลดการใช้ปริมาณถุงขยะ ลดค่าใช้จ่ายในบ้าน ประหยัดงบประมาณของประเทศ ในการกำจัดขยะที่มีมูลค่าสูงมากกว่าพันล้านในแต่ละปี เรียกได้ว่า ผลประโยชน์ที่ได้รับ กับความสะดวกในการทำปุ๋ยหมักที่ตอบโจทย์กับการดำเนินชีวิตเป็นสิ่งที่คุ้มค่ากับการลงทุนที่สุด และ Hass Thailand เครื่องกำจัดเศษอาหาร จะช่วยให้คุณบอกรักโลกใบนี้ได้ง่ายขึ้น และเป็นการแสดงความรักที่ทำได้อย่างยั่งยืน