Skip to content Skip to footer

วิธีดูแลแบตเตอรี่ในช่วงหน้าฝน

ฤดูฝนแบบนี้ หลายคนที่ต้องขับรถฝ่าสายฝนที่ตกเกือบจะทุกวัน นอกจากจะต้องระมัดระวังในการขับขี่เป็นพิเศษแล้ว การดูแลรักษาทั้งสภาพภายนอกและภายในรถยนต์ก็เป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะแบตเตอรี่ เพราะหากแบตเตอรี่มีปัญหา รถก็จะสตาร์ทไม่ติด และเคลื่อนที่ไปไหนไม่ได้เลย และถ้ายิ่งเครื่องดับขณะที่ฝนตกหนักหรือกำลังลุยน้ำอยู่ โอว..หายนะชัดๆ  

เพราะการขับรถฝ่าฝน หรือแม้แต่ที่ต้องลุยน้ำท่วมขัง ย่อมมีความเสี่ยงต่อสภาพเครื่องยนต์ น้ำฝนอาจกระเด็นเข้าไปในห้องเครื่อง จนทำให้เกิดความชื้น แต่ช่วงหน้าฝนแบบนี้ การหลีกเลี่ยงจะไม่เจอฝนหรือแอ่งน้ำเลยนั้นเป็นไปได้ยาก เราจึงมีวิธีดูแลแบตเตอรี่ช่วงหน้าฝนมาฝากในบทความนี้แล้ว 

วิธีดูแลแบตเตอรี่รถยนต์ในช่วงหน้าฝน

  1. ตรวจสอบประจุไฟแบตเตอรี่อยู่เสมอ เพื่อให้มั่นใจว่ามีแบตเตอรี่พร้อม และเพียงพอต่อการใช้งาน ไม่ไปเกเรดับกลางทาง จนอาจทำให้เกิดความเสียหาย หรือเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ หากลองสตาร์ทรถไม่ติด ไฟหน้ารถสว่างน้อยลง กระจกไฟฟ้าไม่ทำงานหรือหรือเลื่อนช้าผิดปกติ หากเป็นแบบนี้บ่อยๆ อาจเป็นไปได้ว่าแบตเตอรี่เสื่อม หรือถ้าแบตเตอรี่มีการใช้งานมานานและเป็นแบบนี้บ่อย ๆ อาจเป็นไปได้ว่าแบตเตอรี่เสื่อม หรือแบตเตอรี่หมด ต้องเช็คให้ดี สำหรับใครที่ไม่เคยเปลี่ยนแบตเตอรี่มาก่อน ไม่แน่ใจว่าแบตเตอรีรถยนต์ใช้ได้นานแค่ไหน หรือ แบตเตอรี่รถยนต์กี่ปีเปลี่ยน หาข้อมูล แบตเตอรี่รถยนต์ใช้ได้กี่ปี และควรเปลี่ยนแบตรถยนต์ทันที เพื่อป้องกันแบตหมดรถดับกลางทาง 
  1. ตรวจดูสภาพภายนอกโดยรวมของแบตเตอรี่ ต้องมีสภาพสมบูรณ์ ไม่มีรอยแตกร้าว เพราะทำให้เก็บประจุไฟฟ้าไม่อยู่ เสี่ยงต่อไฟรั่ว ไฟลัดวงจร และถ้าหากพบว่ามีรอยแตก หรือรอยร้าว ให้รีบเช็คว่ามีของเหลวภายในรั่วซึมออกมาหรือไม่ เช็คการติดตั้งแบตเตอรี่ ว่าติดตั้งกับฐานได้กระชับพอดีหรือไม่ ด้วยการลองขยับแบตฯ อย่าให้หลวมหรือแน่นเกินไป 
  1. ตรวจดูขั้วแบตเตอรี่เสมอ หลังจากขับรถฝ่าฝนหรือเมื่อมีการลุยน้ำ เพราะขั้วแบตเตอรี่ที่เป็นส่วนโลหะหรือทองแดง สำหรับการนำกระแสไฟฟ้า หากโดนน้ำจะทำให้เกิดขี้เกลือ และอาจทำให้รถสตาร์ทไม่ติด ระบบไฟฟ้ามีปัญหา ไฟฟ้ารั่วหรือไฟช็อตได้ ดังนั้นหากพบว่ามีขี้เกลือบริเวณขั้วแบต ให้ทำความสะอาดขั้วแบตเตอรี่ ด้วยการใช้แปรงลวดหรือกระดาษทรายเบอร์กลาง ขัดขี้เกลือด้วยน้ำสะอาดเล็กน้อย จากนั้นใช้ผ้าแห้งซับน้ำและเช็ดออกให้หมด ตามด้วยการใช้สเปรย์ไล่ความชื้น และเคลือบบาง ๆ ด้วยจารบีอีกที
  1. คอยเช็คระดับน้ำกลั่น ให้อยู่ในระดับมาตรฐานอยู่เสมอ อย่าปล่อยให้น้ำแห้ง เพราะน้ำกลั่นก็มีส่วนสำคัญกับแบตเตอรี่ รีบเติมน้ำกลั่นทันที หากพบว่าระดับน้ำต่ำกว่าขีดที่กำหนด โดยไม่ควรเติมน้ำกลั่นต่ำกว่าหรือสูงกว่าขีดที่กำหนดไว้ เพราะจะทำให้ขั้วแบตเตอรี่เกิดความสกปรก และอาจยิ่งทำให้มีขี้เกลือได้ง่ายและมากกว่าเดิม 

สังเกตระดับน้ำ เพื่อประเมินสถานการณ์ ก่อนตัดสินใจขับรถลุยน้ำ 

กรณีที่ต้องขับรถลุยน้ำท่วมขังที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ พยายามดูระดับน้ำอย่าฝืนลุยน้ำที่มีระดับสูงเกินไป เพราะเสี่ยงอย่างมากที่รถอาจจะไปดับกลางทางน้ำ หรือเกิดอุบัติเหตุได้ โดยระดับน้ำที่ยังคงขับขี่ได้อย่างปลอดภัย ไม่ควรสูงเกิน 30 เซนติเมตร ซึ่งระดับน้ำจะสูงประมาณครึ่งล้อรถยนต์เล็ก ส่วนของท่อไอเสียจะจมหรืออยู่ระดับเดียวกับน้ำท่วมพอดี สามารถขับลุยน้ำไปต่อได้ในระยะสั้น ๆ แต่ถ้าหากน้ำท่วมสูงตั้งแต่ 40 เซนติเมตร ขึ้นไป รถยนต์เล็ก และรถยนต์ขนาดกลางทุกประเภท ไม่ควรขับลุยน้ำไปเด็ดขาด ยกเว้นที่เป็นรถยกสูงแบบ ออฟโรด หรือ โฟล์วิล แต่ก็ควรขับด้วยความระมัดระวัง แต่ถ้าหารระดับท่วมสูง 60 เซนติเมตรขึ้นไป รถทุกชนิดไม่ควรขับลุยน้ำไปเด็ดขาด เพราะจะเป็นระดับน้ำที่ท่วมถึงกระโปรงรถ น้ำสามารถไหลเข้าช่องกรองอากาศ และทำให้เครื่องยนต์ดับในที่สุด 

การขับรถในช่วงฝนตก ถนนลื่น หรือเมื่อต้องลุยน้ำท่วมขัง 

เมื่อต้องขับรถที่ถนนลื่น ฝนตก หรือจำเป็นต้องลุยน้ำ ควรลดความเร็วของรถ ขับด้วยความเร็วสม่ำเสมอ ไม่เร่งเครื่อง หรือเปลี่ยนความเร็วกระทันหัน ใช้เกียร์ต่ำ เพราะจะทำให้เครื่องยนต์ดับยาก (เกียร์ธรรมดา-ใช้เกียร์ 1 หรือ 2 เท่านั้น และ เกียร์ L สำหรับเกียร์ออโต้) และใช้ความเร็วต่ำ เพื่อช่วยไล่น้ำและความชื้นออกจากเครื่องยนต์ และควรปิดแอร์เพื่อป้องกันไม่ให้ใบพัดพัดเอาน้ำเข้าเครื่องยนต์ หากขับรถลุยน้ำแล้วรถดับกลางทาง ห้ามสตาร์ทเครื่องเด็ดขาด เพราะจะยิ่งทำให้น้ำเข้าห้องเครื่องได้ แต่ให้เข็นรถเข้าข้างทาง เป็นพื้นที่สูง เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลเข้าสู่ภายในรถยนต์ 

แน่นอนว่าการขับรถในฤดูฝนย่อมจะหลีกเลี่ยงฝนได้ยาก ส่วนในเรื่องของน้ำท่วมขังในบางกรณีก็สามารถเลี่ยงได้ แต่ในบางครั้งก็จำเป็นที่จะต้องขับรถลุยน้ำท่วมขัง จึงต้องดูแลแบตเตอรี่รถยนต์ให้ถูกวิธี เพื่อปกป้องอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ ไม่ให้แบตเสื่อมเร็วหรือเสื่อมก่อนวันหมดอายุ การไม่ให้น้ำเข้าไปในห้องเครื่องจะดีที่สุด เพราะทำให้ห้องเครื่องมีความชื้น เสี่ยงต่อระบบไฟฟ้า และเครื่องยนต์ทั้งหมด รวมไปถึงการเลือกใช้แบตเตอรี่ที่มีประสิทธิภาพสูง ทั้งในส่วนของประจุไฟฟ้า และวัสดุที่ใช้ผลิตแบตเตอรี่ เช่น แบตเตอรี่g7 ที่จะช่วยให้อุ่นใจว่าปลอดภัย อึด ทน พร้อมลุยในทุกสถานการณ์!